"ไทยรัฐออนไลน์" ได้เปิดเวทีให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขต 6 กทม. ได้แสดงวิสัยทัศน์ นโยบาย จุดยืน เพื่อเป็นช่องทางให้ ประชาชนได้รับรู้ ประกอบการตัดสินใจเลือก ผู้ที่จะมาเป็นตัวแทนของตัวเอง วันนี้เป็นคิวของผู้สมัครหมายเลข 3 นายอนุสรณ์ สมอ่อน ผู้สมัครจากพรรคความหวังใหม่
Q: มีนโยบายในการหาเสียงครั้งนี้ได้อย่างไร?
การเลือกตั้งครั้งนี้ เป็นการรวมศูนย์ปัญหาของประเทศ สะท้อนลงสู่เขต 6 เพราะเป็นการเลือกตั้งภายหลังสถานการณ์วิกฤติครั้งใหญ่ในประเทศไทย ความขัดแย้งตรงนั้นย้ายมาสู่สนามการเลือกตั้ง ดังนั้น พรรคความหวังใหม่ก็พยายามชูทางออกของวิกฤติ โดยเสนอรัฐบาลแห่งชาติ การปกครองเฉพาะกาล สร้างประชาธิปไตยหลุดพ้นจากความขัดแย้ง เพราะความขัดแย้งครั้งนี้ไม่ธรรมดา เป็นความขัดแย้งของพรรคการเมือง ซึ่งไม่ใช่พรรคการเมืองของประชาชน เป็นระบอบการปกครองแบบรัฐสภามาโดยตลอด
Q: การลงเลือกตั้งครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายอย่างไร?
หวังอันดับหนึ่งคือ ต้องการให้ความรู้กับชาวบ้าน โดยใช้เขต 6 สร้างประชาธิปไตยให้กับประเทศชาติ ต้องเลือกประชาธิปไตย ไม่เลือกเผด็จการ ต้องเลือกสันติภาพ ไม่เลือกความรุนแรง เลือกทางสายกลาง ไม่เลือกข้าง เลือกสามัคคี ไม่เลือกความแตกแยก นี่คือสโลแกนบวกนโยบายของพรรคในการเลือกตั้งครั้งนี้ เป็นนโยบายเฉพาะหน้า ท่ามกลางสถานการณ์เช่นนี้ ไม่ว่าฝ่ายไหนขึ้นมาก็ปกครองประเทศไม่ได้
Q: ในเวลาที่จำกัด จะมีวิธีการเข้าถึงประชาชนได้อย่างไร?
คือ ผมเองไม่ต้องการจะชนะการเลือกตั้ง แต่คิดว่าความคิดนี้เข้าไปอยู่ในส่วนสำคัญของประเทศ เช่น กองทัพ รัฐบาล เป็นต้น เพราะเมื่อความคิดเปลี่ยน สังคมเปลี่ยน ใครที่มีความพร้อมจะทำก็ให้ทำไปเลย ผมพร้อมที่จะหลีกทางให้ ยินดีด้วยซ้ำไป หากทั้งสองพรรคใหญ่นำพาประเทศออกจากความขัดแย้งได้ ผมไม่มีเงินมีทอง มีแต่ความคิด
Q: มองการเลือกตั้งครั้งนี้อย่างไร?
พรรคการเมืองทุกวันนี้ไม่ใช่พรรคของประชาชน เป็นพรรคของคนมีเงินเท่านั้นเอง ดังนั้น เราต้องยอมรับความจริง แล้วเปลี่ยนแปลง ถ้าไม่เปลี่ยนแปลงก็คงอยู่อย่างนี้ ถ้าผมลงเลือกตั้ง ชนะการเลือกตั้ง มีคะแนนเสียงเพิ่มมาอีก 1 คน ไม่มีความหมายอะไร ผมเป็นตัวตลก เป็นพวกที่บ้าหรือไม่ เป็นตัวตลกอยากดัง สนามเลือกตั้งนี้ดังก็เลยมาขอลงสมัคร เสนอหน้าให้ชาวบ้านได้เห็น ผมไม่ได้คิดแบบนั้น
Q: เป็นงานหนักของพรรคความหวังใหม่?
ความจริงเรื่องนี้พรรคได้ดำเนินการมานานพอสมควร แต่เป็นโอกาสที่จะได้มาอธิบายให้ประชาชนเขต 6 ได้รับทราบ โดยเริ่มต้นกับคนใกล้ชิด ขยายไปสู่ประชาชน พร้อมกับการตั้งเวทีปราศรัย อธิบายกลุ่มย่อย คิดว่าจะมีคนรับรู้ไม่มากก็น้อย ถึงขั้นพลิกสถานการณ์ได้เลยยิ่งดี เราลงครั้งนี้ลงแบบธรรมชาติจริงๆ เสนอทางออก ไม่ต้องการคิดแค่ชนะการเลือกตั้งอย่างเดียว เพราะเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว เพราะพรรคใหญ่มีระบบหัวคะแนนครบถ้วน ยาวนานมาก จะเอาอะไรไปเบียดแทรก แต่พยายามบอกว่าการที่กระทำแบบนี้มันพาประชาชนล่มจม
Q: การมี พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯมีผลต่อการหาเสียงหรือไม่?
ดีเลยครับ เพราะสิ่งนี้แหละที่เป็นรูปธรรม อธิบายได้ว่าสิ่งเหล่านี้เป็นผลผลิตของความขัดแย้งรุนแรง นี่คือรูปธรรมของรัฐบาลเผด็จการ เป็นรัฐบาลประชาธิปไตย แต่อยู่ในระบอบประชาธิปไตย
Q: หากหาเสียงเช่นนี้ไม่เกรงกลัวที่จะถูกควบคุมตัว?
ไม่กลัวครับ จับผมก็ดีครับ ดีมากเลย มันจะทำให้เห็นว่าผมไม่ต้องไปลงทุนมากเลย ผมผู้สมัคร ปืนไม่มี สะท้อนให้เห็นชัดเจนว่าเผด็จการ คุณทำลายตัวเอง แต่ผมเข้าใจกฎเกณฑ์เหล่านี้หมดแล้ว การติดอาวุธทางความคิด มีพลังสามารถเปลี่ยนระบบให้เข้าสู่ระบบประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ได้
Q: หวังกับการเลือกตั้งครั้งนี้มากน้อยแค่ไหน?
ผมไม่มีเครื่องมือในการหลอกประชาชน เหมือนกับรัฐบาลให้นักวิชาการลัทธิรัฐธรรมนูญมาบอกว่าทำอย่างนี้ถูก ไม่ถูก แต่จะได้มากน้อยขึ้นอยู่กับเงื่อนไขความพร้อมของประชาชน คาดว่าน่าจะจุดติด ผมขอแค่จุดติดก็พอ เพราะทุกวันนี้มีคนตอบรับเป็นอย่างมาก ดูจากเครือข่ายสังคม
Q: เห็นรายชื่อผู้สมัครแล้วคิดอย่างไรบ้าง?
เป็นการย้ายสนามรบเท่านั้นเอง คนอื่นที่เค้าลงคิดว่าสนามมันแคบน่าจะใช้โอกาสนี้ แต่ผมไม่ได้คิดอย่างนั้น คิดเอาประชาธิปไตยที่แท้จริงไปเสนอประชาชน ไม่ให้ตกเป็นเครื่องมือนักการเมือง.
未经允许不得转载:综合资讯 » "ไทยรัฐออนไลน์"—–