ครม.สั่งดึงงบส่วนราชการแก้ปัญหาน้ำท่วม

“อภิสิทธิ์” ดึงเงินเหลื่อมปีที่ยังไม่ทำสัญญา หรือไม่จำเป็นคืนจากส่วนราชการ-รัฐวิสาหกิจ ได้เกือบ 6 หมื่นล้านบาท เพื่อนำมาช่วยแก้ปัญหาน้ำท่วม…
9 พ.ย. นายวัชระ กรรณิการ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า สำนักงบประมาณได้รายงานที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงประเด็นที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี สั่งให้ไปทบทวนงบประมาณเหลื่อมปีของงบรายจ่ายประจำปี 2552 และ 2553 ที่กันเงินไว้เหลื่อมปี คงเหลืออยู่โดยไม่มีข้อผูกพันตามสัญญา ประมาณ 58,686 ล้านบาท แบ่งเป็นของปีงบประมาณ 2552 จำนวน 29,085 ล้านบาท และของปีงบประมาณ 2553 อีก 29,601 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม ในจำนวนดังกล่าว มีภาระต้องนำไปจ่ายเป็นเงินรางวัลให้กับส่วนราชการจังหวัด และสถาบันอุดมศึกษา 5,500 ล้านบาท ทำให้เหลือเงินกันเหลื่อมปีโดยไม่มีข้อผูกพัน 53,186 ล้านบาท ที่สามารถนำไปแก้ไขปัญหาอุทกภัยในภาพรวมได้ ซึ่งครม.ได้มอบหมายให้ส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจไปทำการโอนเปลี่ยนแปลงงบที่กันไว้เบิกจ่ายเหลื่อมปีดังกล่าว ภายใน 15 วัน
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีมุ่งเน้นให้นำเงินดังกล่าวสำหรับช่วยผู้ประสบอุทกภัยและฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งก่อสร้างต่างๆ ตลอดจนส่งเสริมการประกอบอาชีพของราษฏร ภายหลังพ้นภัยพิบัติ ซึ่งสำนักงบประมาณรายงานเพิ่มเติมว่า หลักการขอการปรับเปลี่ยนรายการใช้เงิน จะพิจารณาจากรายการที่ไม่มีข้อผูกพันตามสัญญา หรือรายการที่ได้ทำสัญญาก่อหนี้ผูกพันไว้แล้ว แต่ผลการดำเนินงานล่าช้าไม่เป็นไปตามแผน และรายการที่ไม่มีความจำเป็นเร่งด่วน สามารถชะลอหรือระงับก่อนได้ โดยมีข้อยกเว้นให้สำหรับงบประมาณที่มีข้อผูกพันกับรัฐบาลต่างประเทศ หรือองค์กรระหว่างประเทศ รวมทั้งรายการที่มีความจำเป็นเร่งด่วน หรือเป็นไปตามนโยบายรัฐบาล หากไม่ดำเนินการจะเกิดความเสียหายร้ายแรง
อย่างไรก็ตาม หากส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจใด ไม่สามารถดำเนินการโอนเปลี่ยนแปลงรายการได้ ให้รายงานให้ครม.ทราบภายใน 30 วัน อีกทั้ง นายกรับมนตรียังให้กระทรวงการคลังไปพิจารณาหาแนวทางช่วยเหลือประชาชนเพิ่มเติม เช่น การขอความร่วมมือจากสถาบันการเงินทั้งของรัฐและเอกชน ในการให้สินเชื่อเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมในครั้งนี้
未经允许不得转载:综合资讯 » วันอังคารที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ.2553

泰国政府宣布26日起全国进入紧急状态
汉办泰国代表处成功举办2020“春节大联欢”,陈湘汶老师古筝奏响开幕式
陈湘汶古筝独奏音乐会在泰国诗纳卡琳威洛大学圆满举行
泰国为中国推出多个计划,对华出口1157亿